สลด!หนุ่มฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าไม่ครบนอนตายใต้สะพานถนนสายเอเชีย

 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.อ.สุภสิทธิ์ สุดาเดช รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตบริเวณใต้สะพานคลองควาย บนถนนสายเอเชีย ขาขึ้นนครสวรรค์ หลักกิโลเมตรที่ 14 ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผกก. สภ.บางปะอิน และมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เกิดเหตุบริเวณใต้สะพานช่วงซอกตอม่อสะพานพบศพนายหนุ่ม คงไพรินทร์ อายุ 39 ปี นอนเสียชีวิตในท่าตะแคง สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน แขนข้างขวาด้วน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายต่อสู้และรื้อค้น ใกล้กันพบกองเสื้อผ้า เศษขยะ เศษไม้ กองอยู่ พบบัตรคนไข้ของศูนย์แพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา สำนักงานสาธารสุขพระนครศรีอยุธยา และบัตรนัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สอบสวนนายวิเชียร ไกรสมจิตร์ อายุ 44 ปี  คนขับรถจักรยายนต์รับจ้าง ทราบว่า ผู้ตายมักจะใช้บริการเหมารถให้ไปส่งที่บริเวณสะพานลอย หน้าโรงพยาบาลราชธานี ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประจำ เพื่อไปนั่งขอทานบนสะพานลอย พบเห็นผู้ตายพักอยู่ที่ใต้สะพานนี้มาเป็นเวลาหลาย 10 ปี แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมาไม่เจอจนมาพบอีกทีกลายเป็นศพไปเสียแล้ว

จากการตรวจสอบ พบว่าวัคซีนที่แพทย์นัดฉีดเป็นวัคซีน Verorab ใช้ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เริ่มฉีดเมื่อ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา และมีนัดให้ฉีดอีกหลายครั้ง แต่ไม่มีการไปฉีดวัคซีน สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะถูกสุนัขบ้ากัด แล้วไปหาหมอได้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันสุนัขบ้าไปแล้วจำนวน 1 เข็ม แต่ไม่ไปพบแพทย์ตามที่แพทย์นัด พิษสุนัขอาจจะกำเริบจนทำให้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งศพไปชันสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกรียติ รังสิต จ.ปทุมธานี เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต พร้อมทั้งติดตามหาญาติมารับศพเพื่อดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสุดช็อก!! ถางหญ้าในบ้าน เจอโครงกระดูกโผล่ กลายเป็นแม่ที่สาบสูญ

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.ท.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกันยา พงส. สภ.เมืองประจวบ ได้รับแจ้งจาก นายทินณรงค์ ฟุ้งเฟื่อง อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านละลอง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ ว่า ตนได้รับแจ้งจากนายอนันต์ วงษ์สวรรค์ อายุ 48 ปี อยู่หมู่ 4 บ้านละลอง ซึ่งเป็นลูกบ้านว่า พบโครงกระดูกมนุษย์ ขณะกำลังถางหญ้า เพื่อทำสถานที่เลี้ยงวัว ไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ในทุ่งหญ้าตรงข้ามหน้าโรงเรียนบ้านละลอง ขอให้ช่วยไปตรวจสอบ หลังได้รับแจ้ง จึงพร้อมด้วยนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วิรัช ทองไทย ผกก.หน.พฐ.พร้อมหน่วยพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดฯ นายบุญชู จงรักษ์ กำนันตำบลบ่อนอก ชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบฯ สายตรวจรถยนต์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ รุดตรวจสอบชันสูตร พบชาวบ้านกำลังมุงดูอยู่จำนวนมาก จากการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นโครงกระดูกมนุษย์เพศหญิงจมอยู่ในดินโคลนบางส่วน บริเวณหัวกะโหลกและกระดูกขาโผล่จากพื้นดินมีรากและโคนต้นอ้อขึ้นปกคลุม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-7 ปี นอกจากนี้ยังพบแหวนพระ กำไลข้อมือ โทรศัพท์มือถือรุ่นปุ่มกดยี่ห้อโนเกีย ถูกบรรจุอยู่ในกระปุกพลาสติกใสปิดด้วยฝาสีเขียว และพบฟันปลอมด้านบน เสื้อกล้ามเก่าสีส้ม เสื้อชั้นใน ซึ่งโครงกระดูกและทรัพย์สินทั้งหมดถูกไฟไหม้เสียหายบางส่วน โดยนายทินณรงค์ ฟุ้งเฟื่อง อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ตรวจสอบรูปพรรณสันฐานและทรัพย์สินมีค่าที่ติดตัว ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นแม่ของตนจริง ชื่อนางรำพึง ฟุ้งเฟื่อง อายุ 56 ปี ที่หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ตนเองและญาติได้ตามหานานหลายปีก็ไม่พบ เคยไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่โรงพัก และไม่คิดว่าจะมาพบเสียชีวิตอยู่ในหนองน้ำข้างบ้านตนเอง เนื่องจากบริเวณที่แห่งนี้เป็นป่าต้นอ้อและต้นเฟื้อขึ้นปกคลุมรกทึบ และมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ละแวกนี้ไม่มีใครเข้ามาบริเวณที่แห่งนี้ 

ที่มา>>>ข่าวสด

รุมตื้บสลบคาเท้า!! โจ๋เปรี้ยวไล่จับนมน้องสาว-แฟนรุ่นพี่ ตร.เข้าห้ามวุ่น

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.ท.สัณหวัช แก้วดวงศรี ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุชายถูกรุมทำร้ายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณลานจอดรถผับ 4×4 ออฟโรด ถนนศรีนครินทร์ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดบริเวณลานจอดรถของผับดังกล่าวได้พบเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ กำลังให้การปฐมพยาบาลนายวิน (นามสมมติ) อายุประมาณ 15-16 ปี ที่นอนหมดสติอยู่ที่พื้น มีบ้านแผลและช้ำที่หัวคิ้วขวา มือขวาและลำตัวหลายแห่ง ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ ใกล้กันพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ร่วมกันก่อเหตุเอาไว้ได้จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายมนตรี คนธรันต์กุล อายุ 24 ปี ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และ นายซี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ก่อนคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ จากการสอบถามนายมนตรี เล่าว่า ผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนของ ด.ช.เอ เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ได้มานั่งดื่มเหล้าและนอนที่บ้านของตนและไม่ยอมกลับ จนกระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืนได้ชักชวนนายบี นายซี และเด็กชายเอ ออกมาเที่ยวผับ 4×4 ออฟโรด แต่ไม่ได้ชวนผู้บาดเจ็บ เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้บาดเจ็บเมาแล้วมือเริ่มเป็นปลาหมึกพยายามลวนลามน้องและแฟนสาวของตน แต่พอมาถึงลานจอดรถ กลับพบว่านายวิน ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ในจังหวะที่ตนเผลอ นายวิน ได้เข้ามาจับหน้าอก นางสาวแนน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี น้องสาวของตน และนางสาวอ้อย (นามสมมติ) อายุ 26 ปี แฟนสาว ตนสุดทนจึงได้เข้าไปต่อยเข้าที่ใบหน้าของผู้บาดเจ็บจนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นก่อนจะช่วยกันมารุมประชาทัณฑ์ผู้บาดเจ็บจนสลบคาเท้า จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้าม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุทั้งหมดว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่สาหัส ก่อนคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มเมืองเลยน้ำป่าไหลทะลักท่วม 3 หมู่บ้าน ไร่นาเสียหายกว่า 500 ไร่

 เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 23 ส.ค. นายนรงค์ จีนอ่ำ นายอำเภอเมืองเลย จ.เลย รับแจ้งจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.ชัยพฤกษ์.อ.เมืองเลย ว่าเนื่องจากฝนตกหนักเมื่อคืนนี้และเกิดน้ำป่าไหลลงจากภูเขาท่วม 3 หมู่บ้านและพื้นที่ทางการเกษตร และถนนทางหลวงชนบทสายภูบ่อบิด ห้วยพอด เมื่อรับแจ้งจึงพร้อมด้วย นายประมวล ลาภจิตต์ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.เลย นายอัศวิน หินเธาน์ ปลัดป้องกันอำเภอเมืองเลย และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุทันที โดยน้ำป่าที่ท่วม 3 หมู่บ้านเกิดจากฝนตกที่สะสมมาตลอด และเมื่อคืนฝนตกหนักด้วย ปริมาณน้ำฝนวัดเช้าวันนี้ 149 ม.ม.  เมื่อไปถึงบ้านโพนสว่างหมู่ 6 บ้านหัวฝาย หมู่ 2 พบว่าถนนทางหลวงชนบท น้ำที่ไหลผ่านที่ถูกน้ำท่วม 3 จุด แต่ละจุดยาว 50-100 เมตร ระดับน้ำสูงครั้งแรกประมาณ 30 เมตร เนื่องจากท่อระบายน้ำลอดถนนมีขนาดเล็ก ระบายน้ำไม่ทัน มีพื้นที่การเกษตร นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ถูกน้ำป่าพัดเสียหายจำนวนมากประมาณ 500 ไร่ รวมทั้งบ่อปลาที่ชาวบ้านเลี้ยงเสียหายร่วม 50 บ่อ ทั้ง 3 หมู่บ้านน้ำหลากเข้าท่วมในหมู่บ้านรวมทั้งหวัด และยังทำให้ถนนในหมู่บ้านทรุด และที่บ้าก้างปลาหมู่ 9 นายเฉื่อย สมนคร อายุ 65 ปี หมู่บ้านเลขที่ 197 หมู่ 3 บ้านก้างปลา ต.ชัยพฤกษ์ อ.เมืองเลย ซึ่งมีบ้านอยู่ริมถนนสายภูบ่อบิด ห้วยพอด ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ กล่าวว่า ฝนเริมตกเวลาประมาณ 6 ทุ่มเศษ และมาตกหนักเวลาประมาณตี 1 จนเวลาประมาณ 04.00 น. เมื่อคืนนี้น้ำป่าจากภูสร้างหินภูใหญ่ ซึ่งมีลำห้วยลายสายก็ไหลลงมาท่วมพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวร่วม 50 บ่อ ทำให้ปลาที่เลี้ยงออกจากบ่อ ของผมก็มีปลาบึก 100 กว่าตัวออกไปตามน้ำจนหมด 

ที่มา>>>ข่าวสด

จับได้แอบมีกิ๊ก! เมียหลวงคว้ามีดจ้วงแทงผัวเลือดอาบกลางถนน (คลิป)

เว็บไซต์ ไลฟ์ลีก เผยแพร่คลิปเมียหลวงเดือดซึ่งใช้มีดแทงผัวเพราะแอบไปมีกิ๊กสาว กลางท้องถนนในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยืนดูโดยไม่กระพริบตาและส่งเสียงกรีดร้องคลิปวิดีโอเผยภาพสามีที่นั่งกลางถนน โดยเสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเลือด แล้วลุกขึ้นเดินถอยหลัง เพื่อหนีภรรยาที่เดินเข้ามาใกล้ แต่ในที่สุดยังถูกมีดแทงโดยร้องอวดครวญ แล้วหนีออกไปอีกทางหนึ่ง แต่เมียหลวงยังเดินตามไปอีก ก่อนที่คลิปวิดีโอจะตัดภาพไป โดยมียอดชมแล้วมากกว่า 140,000 ครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

2โจรเหี้ยม-ปล้นฆ่าสาวต่อหน้าลูกชาย8ขวบ เหยื่อยกมือไหว้ขอชีวิต แต่โดนด้ามปืนทุบหัวจนดับ!

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้สอบปากคำเด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นางอรุณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี มารดาของตัวเอง ที่บ้านหลังหนึ่งในบ้านซาด ต.ชีวาน อ.พิมาย ซึ่งขณะนี้ครอบครัวของด.ช.เอกำลังจัดงานศพให้กับนางอรุณ  โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณถนนเลียบคลองชลประทานเข้าหมู่บ้านซาด ขณะที่นางอรุณผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปพร้อมกับด.ช.เอ แต่ระหว่างทางได้ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และ 1 ในคนร้ายได้ใช้ด้ามปืนตีที่ศีรษะของนางอรุณจนรถล้ม จากนั้นด.ช.เอ ให้การว่า คนร้ายได้ตะโกนบอกให้แม่ส่งเงินมาให้ แต่แม่บอกว่าไม่มี พร้อมกับยกมือไหว้ขอชีวิต แต่คนร้ายไม่สนใจใช้ด้ามปืนตีไปที่หัวแม่หลายครั้งจนแน่นิ่ง และคนร้ายได้รื้อค้นกระเป๋าเงินของแม่ ก่อนจะหยิบเงินสดในกระเป๋าไปจำนวนหนึ่งแล้วหลบหนีไป ซึ่งหลังเกิดเหตุชาวบ้านใกล้เคียงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ และพบว่าแม่ได้เสียชีวิตแล้ว  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ได้ตั้งประเด็นที่คนร้ายก่อเหตุไว้ คือ ฆ่าชิงทรัพย์ เนื่องจากคนร้ายอาจเห็นผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์มากับลูกชายเพียงลำพังจึงทำร้ายร่างกายเพื่อชิงทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ตำรวจกำลังเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานแวดล้อมเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับกลุ่มอาร์เคเคมือบึ้มใต้ พบระเบิดถังแก๊ส 80 กิโลฝังดิน ปืน 5 กระบอก คาดเตรียมไว้ก่อเหตุ

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 21 ส.ค. เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม ทหาร ตำรวจ นำโดย พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับการเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 (ผบ.ฉก.ทพ.41 ) ผบ.หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดยะลา (นปพ.) พร้อมชุดปฏิบัติการจิตวิทยามวลชน พล ร.15 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 และ เจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน ปราบปราม สภ.รือเสาะ เข้าตรวจสอบเป้าหมายบริเวณ บ้านซือเลาะ หมู่ 4 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังจากขยายผลซักถาม นายอับดุลลาเต๊ะ เรียง ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง จึงทราบว่าบ้านหลังดังกล่าว คาดว่าเป็นจุดซุกซ่อนวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบถังแก็สและอาวุธปืน ของผู้ก่อความไม่สงบ ทั้งนี้ จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอับดุลเราะมัน อาบูวะ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 12/3 ม.4 ต.เรียง อ.รือเสาะ โดยเบื้องต้นพบว่านายอับดุบเราะมันเป็นคนที่เก็บรักษาอาวุธของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ไว้ 5 กระบอก โดยคาดว่าระเบิดและอาวุธปืนนั้นเตรียมไว้เพื่อก่อเหตุร้ายกับทางเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สจำนวน 1 ลูก น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ฝังอยู่ในดินข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่เพื่อให้ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบและเก็บกู้ในช่วงเช้าต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คนแห่ร่วมพิธีขอขมาพญาเต่างอย เชื่อโดนคุณไสย ฮือฮา! น้ำตาเทียนในโอ่งน้ำมนต์ลอยเด่นชัด

เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณสวนสาธารณะ บ้านเต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ที่ตั้งรูปปั้น “พญาเต่างอย” มีการทำพิธีขอขมาพญาเต่างอยหลังจากที่มีชาวบ้านเห็นมีน้ำสีแดงคล้ายเลือดไหลหยดที่คอพญาเต่างอย นอกจากนั้นยังพบชาวบ้านนำรูปปั้นเต่า ซึ่งมีการเสกตะปูใส่เต่าจำนวน 4 ด้านมาวางปะปนกับสิ่งของเซ่นไหว้ ทำให้เชื่อว่าพญาเต่างอยถูกคุณไสย เนื่องจากมีคนมาไหว้แล้วถูกหวยและล็อตเตอรี่หลายสิบล้านบาทหลายงวด จึงมองกันว่าอาจโดนทำคุณไสย   ต่อมาคณะกรรมการและชาวบ้าน ผู้เกี่ยวข้องได้ให้อาจารย์ที่เคยทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในการสร้างมาทำพิธีปิดรอยไหลน้ำสีแดงที่คอพญาเต่างอย จนไม่มีให้เห็นจากนั้น จึงจะมีการทำพิธีขอขอขมาลาโทษที่ทำสิ่งต่างโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม เพื่อความเป็นสิริมงคล จึงกำหนดจัดทำพิธีเช้าวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าตั้งแต่เช้ามืด ได้มีประชาชนที่ทรายข่าวนำเครื่องเซ่นไหว้ มาเตรียมและยกมาวางที่บริเวณด้านหน้า ปูพื้นด้วยผ้าพรมสีแดง มีเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ผักบุ้ง อาหารหวานขาว และน้ำแดงจำนวนมาก โดยมีพระสงฆ์ที่เคารพของชาวอำเภอเต่างอยจำนวน 4 รูปมาทำพิธี โดยมีประชาชนในอำเภอที่ทราบข่าวและต่างจังหวัดที่เดินทางมาไหว้ก็ได้เข้าร่วมพิธีด้วย  นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเต่างอย เป็นประธาน นายชาญชัย งอยผาลา ประธานสภาวัฒนธรรมตำพบลเต่างอย นายเกษม เคนะอ่อน ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเต่างอย นายบุญเตรียม งอยผาลา นายกอบต.เต่างอย และชาวบ้านทั่วไปร่วมงานจำนวนมาก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงพิธีการจึงเรียบร้อย จากนั้นพระสงฆ์ที่มาทำพิธีได้ปะพรมน้ำมนต์แก่ผู้มาร่วมงาน และให้ชาวบ้านสามารถนำขวดไปรับน้ำมนต์ที่ทำพิธีได้  เมื่อชาวบ้านเดินไปดูที่โอ่งที่ทาสีแดง เป็นโอ่งทำน้ำมนต์ในพิธี ชาวบ้านถึงกับฮือฮา เมื่อเห็นน้ำตาเทียนที่หยดเป็นตัวเลขลอย ทำให้มีการมุ่งดูจนแน่น และถ่ายภาพเก็บไว้ หลายคนเชื่อว่าจะเป็นเลขเด็ดที่พญาเต่างอยให้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการเดินออกมาซื้อหวยตามที่ตัวเลขได้ทันที  นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเต่างอย กล่าวว่า “เป็นเรื่องของความเชื่อและเมื่อชาวบ้านคิดว่าอาจอะไรล่วงเกิน สิ่งที่นับถือก็ทำพิธี เมื่อทำแล้วก็สบายใจก็เป็นเรื่องดี เอาที่สบายใจแล้วกัน”

นายบุญเตรียม งอยผาลา นายก อบต.เต่างอยกล่าวว่า ที่จริงไม่ได้บอกหรือให้ข่าว แต่เมื่อชาวบ้านทราบก็มาทำ เป็นการทำด้วยใจ ไม่เบียดเบียนใคร และต่อไปนี้ก็สบายใจกันได้ และยังมีงานอีก คืองานไหว้สาพญาเต่างอยในช่วง 13-14-15-16 กันยานนี้ เป็นการทำบุญเดือนสิบประเพณีของคนเต่างอย งานนี้ใหญ่เพราะรวมเอาไว้ทั้งไหว้พญาเต่างอย ไหลเรือไฟ แข่งเรือ ในลำน้ำพุง หากมีโอกาสก็ขอเชิญชวน ไหว้พญาเต่างอยแล้วจะโชคดี  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีนายคมศิลป์ แก้ววิหาร ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 บ้านเต่างอย ได้ฝันว่าพญาเต่างอยมาบอก เป็นเลข 124 ซึ่งเมื่อมีข่าวออกมามีชาวบ้านไปหาซื้อลอตเตอรี่ไว้หมดแล้ว นอกจากนั้นในวันทำพิธี ขอขมา พญาเต่างอย ชาวบ้านเห็นในโอ่งน้ำมนต์ น้ำตาเทียนหยด เป็นเลข 53 59 แล้วนำไปเป็นหวยเด็ดในงวดนี้ด้วย

“ส่วนพญานาคที่กำลังสร้างขึ้นทั้ง 4 ทิศ รอบพญาเต่างอย ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้อารักขา จะแล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้ โดยคณะกรรมการได้มีการจัดให้มีการวางเครื่องเซ่นไหว้ นอกฐานพญาเต่างอย ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด และทุกวันจะมีคณะกรรม การที่ได้รับมอบหมายมาคอยตรวจสอบเพราะเกรงผู้ไม่ประสงค์ดีนำสิ่งที่ไม่ชอบของพญาเต่างอยมาไว้”คณะกรรมการรายหนึ่งกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

พายุถล่ม”ปาย” รีสอร์ตพังยับ เจ้าของพากันร้องไห้แทบสิ้นเนื้อประดาตัว!

ภายหลังฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยว รีสอร์ท เกสเฮ้าส์ ในอำเภอปายเสียหายหนักคาดฟื้นฟูต้องใช้เวลาเกินเดือน เจ้าของกิจการร่ำไห้สิ้นเนื้อประดาตัว วันที่ 19 ส.ค. นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และ ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดทส. นำถุงยังชีพไปให้การช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 100 ราย ที่บ้านแม่เย็น หมู่ 1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และเดินทางลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีนางจุไรรัตน์ จันทร์พรมมิน ผญบ.บ้านแม่เย็น หมู่ 1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย นำไปตรวจสอบความเสียหายและมอบสิ่งของยังชีพ หน่วยทหาร ร้อย.ร.713 นำกำลังเข้าสนับสนุนร่วมลำเลียงสิ่งของและช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัย สำหรับความเสียหายที่พบไม่สามารถประเมินค่าได้ เนื่องจากเจ้าของกิจการรีสอร์ท เกสเฮ้าท์ กว่า 100 ราย เกือบครึ่งของที่พักในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก สภาพพื้นที่หลังน้ำท่วม ในพื้นที่บ้านแม่เย็น ต.แม่ฮี้ ต่อเนื่องไปถึงเขต ต.เวียงเหนือ มีรีสอร์ทซึ่งมี 100 กว่าแห่งรวมไปถึงบ้านเรือนราษฎร สภาพรั้วพังเสียหาย พื้นที่การเกษตรเต็มไปด้วยทะเลโคลนและหินทรายที่น้ำพัดมาทับถม รีสอร์ทแต่ละแห่งช่วยเหลือตัวเองในการล้างทำความสะอาดสิ่งของที่ถูกน้ำท่วม ความเสียหายครั้งนี้น่าจะกระทบถึงการท่องเที่ยวปายในฤดูหนาวด้วย เนื่องจากสถานที่พักรองรับนักท่องเที่ยวยังไม่พร้อมให้บริการ ที่สำคัญกรณีนักท่องเที่ยวจองที่พักล่วงหน้าเป็นปีจะต้องมีการคืนที่พักและคืนค่ามัดจำล่วงหน้าให้ลูกค้า ขณะที่เจ้าของกิจการรีสอร์ทและเกสเฮ้าท์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนในท้องถิ่นไม่มีเงินทุนปรับปรุงซ่อมแซมที่พักได้ทัน น.ส.นัยน์ปพร เพชรแก้ว เจ้าของปายปาร์ครีสอร์ท เผยทั้งน้ำตา ว่า จากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ตนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นมากว่า 10 ปีบัดนี้เหลือศูนย์ อาคารรีสอร์ทเครื่องทุกอย่างถูกน้ำท่วมเสียหายจนหมดสิ้น กรณีน้ำท่วมปีนี้ยังหนักกว่าน้ำท่วมใหญ่ปายเมื่อปี 2548 ซึ่งปีนั้นรีสอร์ทของตนยังไม่ได้รับผลกระหนักแบบนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านงงเลย!! ตอกไข่ไก่เจอไข่อยู่ข้างในอีกฟอง แม่ไก่หนีมาซุกออกไข่แปลก

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ว่าพบไข่แฝด แบบไข่ซ้อนไข่ จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 6 ต.ท่าฉนวน พบกับนายสมจิตร์ สังข์ธูป อายุ 47 ปี  เจ้าของไข่ไก่แปลก ที่มีลักษณะใหญ่กว่าปกติ เมื่อตอกไข่ดูพบมีไข่อีกฟองซึ่งมีเปลือกสมบูรณ์ ซ่อนอยู่ในไข่ฟองใหญ่อีกฟองหนึ่ง ชาวบ้านเผยไม่เคยพบเห็นมาก่อนภาพไข่ที่ตอกออกมาแล้ว แปลกมากว่าข้างในมีไข่อีกฟองซ้อนอยู่ ชาวบ้านบอกไม่เคยเห็นมาก่อน

นายสมจิตร์ สังข์ธูป เล่าว่า เมื่อประมาณ 4 วันก่อน พบไข่ฟองใหญ่มาก คิดว่าเป็นไข่แฝด จึงนำไปให้หลานชายที่อยากมีลูกแฝด นำไปให้ภรรยากิน แต่กลับพบว่ามีไข่อีกฟองซ่อนอยู่ในไข่ฟองใหญ่ จึงรู้สึกแปลกใจ และอีก 2 วันต่อมา พบไข่ฟองใหญ่อีก เมื่อจับดูมีน้ำหนักมาก เหมือนมีไข่อีกฟองเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน จึงตอกดูพร้อมกับผู้สื่อข่าว พบว่ามีไข่ซ้อนอยู่อีกฟองหนึ่งจริง และเมื่อตอกใข่ใบเล็กดูภายในพบว่าเป็นไข่ปกติและไข่แดงขนาดเท่ากับไข่แดงชั้นแรก รวมแล้วพบไข่ซ้อนไข่ 2 ฟอง โดยพบฟองแรกเป็นไข่แฝดธรรมดา และฟองที่ 2-3 เป็นไข่ซ้อนไข่ ซึ่งพบวันเว้นวันภาพไข่แฝดที่ชาวบ้านเคยเห็นมาก่อน

 สำหรับไก่ที่ออกไข่มาดังกล่าว ได้รับแจกมาจากนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรช่วงฤดูแล้งของรัฐบาล เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเริ่มออกไข่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน วันละ 20-25 ฟอง จากไก่ 31 ตัว มีรายได้วันละ 50 บาท (ขาย10ฟอง25บาท) ซึ่งไก่จำนวนดังกล่าวเป็นไก่ที่ได้รับมาเอง 10 ตัว ส่วนอีก 20 ตัว เพื่อนบ้าน 2 รายมอบไว้ให้เลี้ยงแทน และตัวที่ 31 เป็นไก่ที่หลงมาจากของใครไม่ทราบที่หนีมาซุกอยู่กับตนเอง ขณะรอรับไก่ที่หน้าอำเภอมโนรมย์ มีลักษณะแปลกกว่าไก่ตัวอื่นๆ คือมีนิ้วก้อยเกินมาข้างละ 1 นิ้ว และเชื่อว่าเป็นไข่ของไก่ตัวนี้ ด้านนายณัฐติกร สังข์ธูป วัย 26 ปี หลานชาย ของนายสมจิตร์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาได้นำไข่แฝดมาให้ เพื่อให้ภรรยากิน เนื่องจากตนอยากได้ลูกแฝด ตามความเชื่อโบราณ เมื่อต้มแล้วปอกไข่ออกพบว่ามีเปลือกไข่อยู่อีก จึงแกะดูพบว่ามีไข่อีกฟองอยู่ภายใน จึงส่งไลน์ให้อาดู อีก 2 วัน อาบอกว่ามีไข่ฟองใหญ่ออกมาอีก จึงรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากไม่เคยพบเห็นแบบนี้มาก่อน หลังจากให้นักข่าวดูแล้วได้นำกลับไปให้ภรรยารับประทานที่บ้านหวังได้ลูกแฝด

ที่มา>>>ข่าวสด